|
|
|
ย่างเข้าสู่หน้าฝนทีไร ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยมักบ่นกันอุบ เพราะเป็นช่วงที่การเดินทางท่องเที่ยวมักจะชะลอตัวลง จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศลดลงกว่าช่วงหน้าร้อนและหน้าหนาว ด้วยเหตุและปัจจัยหลายๆอย่าง เช่นช่วงฝนตกอาจจะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางท่องเที่ยวในบางพื้นที่ โดยเฉพาะท้องถิ่นที่การเดินทางค่อนข้างสมบุกสมบัน หรือบางพื้นที่เช่นหมู่เกาะทางฝั่งทะเลอันดามัน ท้องทะเลก็เข้าสู่ฤดูมรสุม การเดินทางท่องเที่ยวก็จะต้องปิดฤดูกาลไปโดยปริยาย ในขณะที่ปัจจัยภายนอกเช่นนักท่องเที่ยวจากประเทศในเขตหนาวที่หนีหนาวมาพึ่งร้อน มานอนอาบแดดบ้านเรา ก็พากันเดินทางกลับประเทศ เพราะประเทศของเขาเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูอากาศอบอุ่น แสงแดดสดใส ทำให้การท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝนบ้านเราชะลอตัวลง
แต่การชะลอตัวลงของนักท่องเที่ยวจากต่างแดนในช่วงหน้าฝนนั้น ก็มิใช่จะชะลอตัวลงในทุกตลาด เพราะยังมีตลาดที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นสวนทางอย่างน่าจับตามอง นั่นคือตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง กลุ่มประเทศที่กำลังมั่งคั่งร่ำรวยจากการส่งออกน้ำมัน ด้วยดินแดนทะเลทรายที่ประเทศของเขาเหล่านั้นหาโอกาสสัมผัสเม็ดฝนได้ยากเย็นเต็มที เมื่อมาเจอความชุ่มชื่นเขียวขจี มาเจอฝนตกที่ประเทศเรา ก็เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ อาจจะคล้ายๆที่คนไทยได้มีโอกาสไปเห็นทะเลทราย ได้ไปสัมผัสหิมะนั่นแหละ
หนึ่งในประเทศที่นักท่องเที่ยวกำลังโตวันโตคืนในกลุ่มนี้ก็คือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่ง ททท.เพิ่งทำการเปิดสำนักงาน ททท.แห่งใหม่ขึ้นที่เมืองดูไบเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีประชากรกระจายอยู่ตามรัฐต่าง ๆ รวม 7 รัฐ จำนวน 5.2 ล้านคน เป็นประเทศที่กำลังเนรมิตเมืองใหม่ที่สวยงามทันสมัย ด้วยผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกล ประกอบกับความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจจากการค้าน้ำมัน ทำให้สามารถจะเนรมิตรสิ่งต่างๆขึ้นมาบนผืนแผ่นดินที่เป็นทะเลทรายได้อย่างน่าอัศจรรย์ เช่นการถมทะเลสร้างเกาะขนาดยักษ์ขึ้นมาเป็นเมืองใหม่ที่ทันสมัยมีสิ่งอำนวยความสะดวกและสิ่งบันเทิงทุกอย่างตามที่ต้องการ เช่นมีแม้กระทั่งลานหิมะขนาดใหญ่สำหรับให้ประชาชนมาเล่นสกีกลางทะเลทรายเลยทีเดียว เรียกว่ามีนวัตกรรมใหม่ๆที่ไหนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ซื้อมาจ้างมารวมไว้หมด
ความจริงแล้ว ททท.ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวในตลาดกลุ่มตะวันออกกลางมานานแล้วไม่ใช่เพิ่งจะมาให้ความสำคัญตอนที่เขาร่ำรวยน้ำมันกันอย่างทุกวันนี้ โดยได้มอบหมายให้สำนักงาน ททท.ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษรับผิดชอบดูแลตลาดส่วนนี้อยู่ ซึ่งเมื่อเปิดสำนักงานททท.ที่ดูไบแล้ว ก็จะเป็นเอื้ออำนวยต่อการทำตลาดเชิงรุกในพื้นที่ได้อย่างเต็มตัว หากย้อนไปดูตัวเลขนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในปี 2540 ซึ่งตอนนั้นมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย 20,451คน และได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาเป็นลำดับจนกระทั่งปี 2550 ที่ผ่านมาได้เพิ่มจำนวนเป็น 98,122 คน นำรายได้เข้าประเทศมูลค่าถึง 3,600.93 ล้านบาท โดยช่วงเวลาที่นิยมเดินทางมาก็คือช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนอันเป็นช่วงฤดูฝนนั่นเอง จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมก็คือ พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย หัวหิน และยังนิยมเดินทางมาใช้บริการสปา กับบริการดูแลรักษาสุขภาพตามโรงพยาบาลที่ทันสมัยในกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง พักโรงแรมระดับ 4- 5 ดาว นิยมเดินทางมากันเป็นครอบครัว และเป็นกลุ่มที่ให้ความไว้วางใจในมาตรฐานและความเชี่ยวชาญทางการแพทย์และการรักษาพยาบาลของไทย นับเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจยิ่ง
ฤดูฝน ช่วงเวลาที่หลายคนบอกเป็นโลว์ซีซันอาจจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป หากเราสามารถจะหาตลาดใหม่ หรือหากลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมมาทดแทน หากิจกรรมท่องเที่ยวแปลกๆใหม่ๆที่เหมาะสมกับฤดูกาลแห่งความเขียวขจีมาเพิ่มเติมก็จะเป็นหนทางแก้ปัญหาการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝนได้
ในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศนั้น ฤดูฝนปีนี้เดินทางมาเร็วกว่าทุกๆปี และก็ทำท่าว่าพายุฝนจะดูหนักหนาสาหัสเอาการทีเดียว แต่สำหรับคนรักการเดินทางท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจแล้ว ฟ้าฝนก็คงจะไม่ใช่ปัญหาและอุปสรรคที่จะมาขวางกั้นการเดินทางท่องเที่ยวได้ หากจะมองในแง่ดี การท่องเที่ยวในฤดูฝนก็มีสิ่งดีๆอยู่ไม่น้อย เช่นเป็นฤดูกาลที่ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี ดอกไม้หน้าฝนผลิบาน สายธารน้ำตกสวยงาม ธรรมชาติชุ่มชื่นเอิบอิ่ม และในช่วงฤดูฝนก็เป็นช่วงที่บรรดาโรงแรม รีสอร์ทในแหล่งท่องเที่ยวต่างแข่งขันกันลดราคาลงมามากมายจากราคาในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปรกติ บางแห่งลดลงมากว่าครึ่ง จึงเป็นโอกาสทองของคนที่ชอบท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนเงียบๆ ที่ไม่ต้องเบียดเสียดกับผู้คน ไม่ต้องเข้าคิวถ่ายภาพตามจุดชมวิว ไม่ต้องแย่งกันต่อแถวเรียงคิวเข้าร้านอาหาร แถมยังประหยัดเงินในประเป๋าได้ดีอีกด้วย
ไหนๆจะเที่ยวแบบไม่กลัวฝนกันแล้วก็อย่าลืมเตรียมพร้อมกันสักหน่อย เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวปลอดภัยไร้ปัญหา โดยหากเดินทางด้วยการใช้รถส่วนตัวขับไปเอง ก็ควรจะต้องตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมเสียก่อน เช่นตรวจสภาพของยางรถยนต์ซึ่งมีความสำคัญมาก ควรเป็นยางใหม่ที่อยู่ในอายุการใช้งาน การใช้ยางเก่าที่ดอกยางสึก หรือยางเสื่อมสภาพหมดอายุการใช้งานจะทำให้ประสิทธิภาพของการยึดเกาะถนนน้อยลงไป ยิ่งเมื่อขับในสภาพที่ฝนตก ถนนลื่น ยิ่งอันตราย แม้นรถยนต์จะมีสมรรถนะดีขนาดไหน แต่หากใช้ยางไม่มีคุณภาพแล้วทุกอย่างก็ไร้ค่า
นอกจากเช็คสภาพยางแล้วก็ควรจะต้องเช็คสภาพยางใบปัดน้ำฝนให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับรถขณะฝนตกสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ควรเช็คเติมน้ำสำหรับฉีดล้างกระจกให้มากเพียงพอ เพราะอาจจะมีความจำเป็นต้องฉีดล้างกระจกบ่อยครั้ง เช็คระบบไฟส่องสว่างทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟฉุกเฉินให้เรียบร้อย เพราะขณะขับรถตอนฝนตกไฟเหล่านี้ยิ่งมีความจำเป็น และที่สำคัญขณะขับรถยามฝนตกหนัก ไม่ควรขับไปเปิดไฟฉุกเฉินไป เพราะไฟฉุกเฉินนั้นมีไว้สำหรับเปิดให้สัญญาณตอนรถจอดเสีย หรือจอดกีดขวางทางจราจรเท่านั้น และการขับรถขณะฝนตกหรือถนนลื่นไม่ควรขับรถเร็ว ควรใช้ความเร็วที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและผู้ร่วมใช้ถนน ขอให้มีความสุขกับการเดินทางท่องเที่ยวในหน้าฝนครับ.
|
|
| |
 |
|
กรอกรายละเอียดลงในฟอร์มต่อไปนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
|
|