พาณิชย์ขอนแก่นติวเข้มเสริมอาวุธทางการค้าผู้ประกอบการ SMEs 'ร้อยแก่นสารสินธุ์' มุ่งแข่งขันตลาดในประเทศลุ่มน้ำโขง   


พาณิชย์ขอนแก่นติวเข้มเสริมอาวุธทางการค้าผู้ประกอบการ SMEs “ร้อยแก่นสารสินธุ์”มุ่งแข่งขันตลาดในประเทศลุ่มน้ำโขง

 
เศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ หกเหลี่ยมเศรษฐกิจ คือ ประเทศราชอาณาจักรกัมพูชา, ราชอาณาจักรไทย, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, สาธารณรัฐเวียดนาม, สหภาพพม่า และสาธารณรัฐประชาชนจีน (มณฑลยูนนาน) มีพื้นที่ประมาณ 2 ล้าน 3 แสน ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ พื้นที่ของยุโรปตะวันตก มีประชากรรวมกันประมาณ 250 ล้านคน อีกทั้งยังเป็นจุดศูนย์กลางในการเชื่อมโยงติดต่อระหว่างภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียตะวันออก และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประเทศไทยเอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคอินโดจีน และ จีนตอนใต้ และมีกลุ่ม GMS พร้อมที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากกว่าประเทศอื่นๆทั้งด้าน โครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ การเมือง ทรัพยากรมนุษย์ และ เทคโนโลยีสารสนเทศ
 


 
เมื่อวันที่ 26 – 28 มีนาคม 2561 พาณิชย์จังหวัดขอนแก่นจัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพ ผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง (ร้อยแก่นสารสินธุ์) Smart Changes for SME 4.0 โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือก กว่า 80 ราย ณ โรงแรมอวานีขอนแก่นโฮเทล แอนด์คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ 
 
          
โดยการจัดอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ พัฒนาต่อยอดแนวความคิด และใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ ในการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นให้มีมาตรฐานระดับสากล สร้างความพร้อมในการก้าวเข้าสู่เวทีการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ หกเหลี่ยมเศรษฐกิจ ตามแนวทางไทยแลนด์ 4.0 อีกทั้งยังเป็นการสร้างเสริมพันธมิตรทางการค้าเครือข่ายเน็ตเวิร์คกิ้ง ของผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ให้มีความเข้มแข็ง
           
นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า การฝึกอบรมในครั้งนี้ ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง และ ขนาดย่อม (SMEs) ทั้งประเทศกว่า 2.6 ล้านราย คิดเป็นอัตราจ้างงานร้อยละ 78 หากว่ารวมทั้งประเทศโดยเป็น SMEs ที่ดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศกว่า 28,000 ราย หรือร้อยละ 80 ของผู้ประกอบการ SMEs ทั้งหมดของประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาคซึ่งมีจำนนกว่า 2.6 ล้านราย ยังขาดความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และการพัฒนาให้เป็นผู้ประกอบการการค้าระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงอย่างมืออาชีพ ทำให้ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงการส่งเสริมของภาครัฐอย่างเป็นระบบ และขาดการพัฒนาต่อยอดการประกอบธุรกิจ และพัฒนาศักยภาพให้อยู่ในระดับสากลเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากพิจารณาถึงผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ที่ประกอบด้วย จ.ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และ จ.กาฬสินธุ์ โดยกลุ่มจังหวัดฯมีแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด 4 ปี (ปี 2557 - 2560) ภายใต้วิสัยทัศน์ เพิ่มผลิตภาพพืชเศรษฐกิจหลัก (ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง) อุตสาหกรรม การค้า การบริการ การท่องเที่ยว และการลงทุนสู่สากล ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการพัฒนากลุ่ม 3 ประการ คือ 1.เพิ่มคุณภาพการผลิตพืชเศรษฐกิจหลักให้ได้มาตรฐาน 2.เพิ่มมูลค่าการค้า การลงทุน การแปรรูปพืชเศรษฐกิจ 3.พัฒนาการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง หรือ "กลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์" มีผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก อาทิ ผ้าไหม ข้าวหอมมะลิ สินค้าเกษตรแปรรูป และสินค้าโอท็อป เป็นต้น  
นายคำนวณ สุวรรณดี พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เมื่อ SMEs"กลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์"  ยังขาดความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเป็นการส่งเสริมและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ จึงได้มีการจัดงานในครั้งนี้เพื่อจะพัฒนา เสริมสร้างทักษะความรู้ใหม่ ๆ เป็นการติดอาวุธทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งทางรัฐบาลเองก็ได้มีความพยายามที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้มแข็ง เพื่อที่จะขยายตลาดไปยังต่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รวมทั้งประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน ซึ่งผู้ประกอบการเองก็มีศักยภาพเบื้องต้น มีผลิตภัณฑ์ เครื่องหมายการค้าหรือแบรนด์ต่าง ๆ อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าจะทำอย่างไร ที่จะพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจของตนเอง และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศต่อไป
         
ในหลักสูตรที่มีอยู่ 3 วัน จะมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการที่ได้ผ่านการคัดเลือกเข้ามาจากทั้ง 4 จังหวัดในกลุ่มจังหวัด ทั้ง 80 ท่านได้มีความรู้และสามารถเข้าสู่กระบวนการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมั่นใจ และเป็นมาตรฐานสากล โดยการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านการค้าระหว่างประเทศ และในการจัดอบรมครั้งนี้จะมีการนำเสนอแผนธุรกิจของผู้เข้าร่วมอบรม  โดยผู้ชนะจะได้ไปศึกษาดูงานที่ประเทศมาเลเซีย เป็นเวลา 3 วัน 2คืนอีกด้วย
 
 
"การจัดอบรมในครั้งนี้จะเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะผู้กอบการการที่เป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งรัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพให้สามารถแข่งขันในระดับนานา ๆ ชาติได้  ในอนาคตอันใกล้หลังจากรถไฟทางคู่เสร็จ รถไฟความเร็วสูงเสร็จ หลังจากที่เราเชื่อมต่อ วันเบลต์ วันโรด” (One Belt One Road) โอกาสจะเปิดกว้างมาก ผู้ประกอบการต้องมองอนาคต อย่าขายอยู่แค่นี้ แต่จะขายอะไร ขายให้ใคร ต้องวางแผนให้ดี พัฒนาสินค้าโดยเอาพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นหลัก วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือปรึกษาผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ หรือใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ สมาร์ทโฟนของพวกเรา คือประตูสู่ความรู้จากทั่วโลกองค์ความรู้ ซึ่งในยุค 4.0 จะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี ต้องศึกษาประเทศอื่น  และประเด็นสำคัญคือการจะเป็นผู้ที่มุ่งไปสู่การแข่งขันในตลาดการค้าต่างประเทศ ท่านต้องเติมความรู้อย่างเข้มข้น นอกจากกลยุทธ์ทางด้านวิชาการแล้วความรู้เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนก็เป็นเรื่องสำคัญ  และต้องเรียนรู้คู่ค้าของเราด้วย ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศที่ตัวเองจะเข้าไปค้าขายด้วย ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทั้งนี้วิทยากรกลุ่มผุ้เชี่ยวชาญจะมาแนะเทคนิคเรียนรู้การสร้างเครือข่ายธุรกิจ การทดสอบตลาดสินค้า รวมถึงการให้คำปรึกษาทางธุรกิจแบบเฉพาะ และเคล็ดลับการบุกตลาดอย่างไรให้ประสบความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายธุรกิจในต่างประเทศ
 
โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ Smart Changes for SME 4.0 ถือว่าร่วมผลักดันให้ผู้ประการเข้าสู่มาตรฐานการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนขยายโอกาส ค้าขายไปยังตลาดเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง พร้อมสร้างเป็นห่วงโซ่การผลิต การเอื้อหนุนอุตสาหกรรมและแลกเปลี่ยน วัตถุดิบ การแปรรูป ยกระดับการสร้างมูลค่าสินค้าให้สูงขึ้น.









11 เมษายน 61 16:16:42




Copyright © 2018 KhonKaenLink.info / All rights reserved.