วอนช่วยน้องแพรว น.ศ.ปี3 กำพร้าพ่อแม่ เคราะห์ซ้ำรถล้มกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ที่ขอนแก่น   


 

ที่บ้านเลขที่ 105 ม.13 บ.โนนหัวช้าง ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พบปู่กับย่า ที่ชรามากแล้ว คอยดูแลหลานสาว น้องแพรว ที่ก่อนประสบอุบัติเหตุกำลังศึกษาปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3 สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น วัย 21 ปี ซึ่งหลังจากประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม ต้องกลายเป็นคนป่วยนอนติดเตียง เป็นเจ้าหญิงนิทรา ที่ท้ายทอยมีบาดแผล และเริ่มเป็นแผลกดทับ มีน้ำเหลืองซึมตลอดเวลา ที่บริเวณใต้ถุนบ้านหลังดังกล่าว โดยมี นางสมบัติ และนายเขน แก้วขาว ย่ากับปู่ คอยบีบนวดตามร่างกายให้คนป่วยตลอดเวลา โดยมีเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องมาช่วยดูแลรวมทั้งเตรียมอาหารให้คนป่วยด้วย

นางสมบัติ แก้วขาว อายุ 75 ปี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า มีลูกเพียงคนเดียวคือพ่อของน้องแพรว ลูกชายแต่งงานมีครอบครัวและมีบุตรเพียงน้องแพรวคนเดียว ขณะน้องแพรวอายุ 3 ขวบ ลูกชายกับลูกสะใภ้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ปู่กับย่าจึงรับจ้างเลี้ยงน้องแพรวมาตลอดจนถึงปัจจุบัน โดยให้น้องแพรวเรียนหนังสืออย่างเดียว

จากการสอบถาม วันที่เกิดอุบัติเหตุ น้องแพรวขี่รถจักรยานยนต์คันที่ปู่กับย่าซื้อให้ไปเรียนหนังสือเหมือนทุกวัน ช่วงเย็นวันที่ 13 มกราคม 2560 น้องแพรวโทรศัพท์บอกย่าว่าจะกลับค่ำ เพราะทางมหาวิทยาลัยมีงาน จากนั้นน้องแพรวก็เงียบไป กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน มีชาวบ้านมาบอกว่า พบน้องแพรวนอนสลบอยู่ข้างถนนเลียบคลองชลประทาน ห่างจากบ้านไปประมาณ 1 กม. จึงขอความช่วยเหลือจากกู้ชีพ รพ.น้ำพอง นำส่งรพ. แต่อาการน้องแพรวสาหัสมาก จึงส่งต่อ รพ.ศูนย์ขอนแก่น

ขณะวันเกิดเหตุ น้องแพรวอยู่ในชุดนักศึกษา ส่วนทรัพย์สินยังอยู่ครบ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำแดง ทะเบียน คษธ-193 ขอนแก่น ล้มตะแคงขวาอยู่บนถนน มีรอยเท้าที่ท้ายรถจักรยานยนต์ และมีรอยถลอกที่ท้ายรถเล็กน้อย ส่วนน้องแพรวนอนสลบอยู่ในพงหญ้าข้างทาง สภาพท้ายทอยมีแผลฉกรรจ์ ใบหน้ามีแผลถลอก กระจกหมวกกันน็อกแตก แต่สายหมวกและที่ล็อกใต้คางถูกปลดออก คล้ายๆ กับหมวกถูกสวมใส่หลังเกิดเหตุ

จนกระทั่ง ทราบเรื่องและเห็นสภาพหลาน ทำอะไรไม่ถูกเพราะมีกันแค่ปู่กับย่า จะแจ้งความจะทำอะไรก็ไปไม่เป็น จึงปล่อยเลยตามเลยมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนน้องแพรวนั้น แพทย์บอกว่าถูกของแข็งกระแทกที่ท้ายทอยอย่างแรงทำให้เส้นเลือดแตก เซลล์สมองตาย โอกาสกลับมาเป็นปกติน้อยมาก ซึ่งแพทย์ก็ดูแลรักษาอย่างเต็มที่แล้ว นางสมบัติ กล่าว



ต่อมา แพทย์ส่งกลับมาให้ดูแลกันเองที่บ้าน ซึ่งมีแพทย์และพยาบาล รพ.น้ำพองคอยให้การช่วยเหลือและแนะนำมาโดยตลอด ทั้งยังกำชับว่า หากน้องแพรวมีอาการผิดปกติ ให้รีบแจ้งและให้พาไป รพ.ทันที ซึ่งทาง รพ.น้ำพอง ก็ช่วยเหลือและดูแลเป็นอย่างดี ทั้งสนับสนุนอุปกรณ์การล้างแผล แนะนำการดูแลคนป่วยติดเตียงและการทำอาหารให้คนป่วย ซึ่งแพทย์แนะนำการให้อาหารกับน้องแพรววันละ 4 เวลา คือ 6 โมงเช้า เที่ยง บ่ายสามและเที่ยงคืน เวลาละ 400 ซีซี.

ตั้งแต่น้องแพรว ประสบอุบัติเหตุช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ปู่กับย่าก็ไม่ได้ไปรับจ้าง อาศัยรายได้จากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คนละ 700 บาทต่อเดือน แต่ปู่ยังได้เพิ่มจากเบี้ยผู้พิการอีก 800 บาท นำมาเป็นค่าใช้จ่ายทั้งเสียค่าน้ำ ค่าไฟ และซื้ออาหารมาบดให้น้องแพรวในแต่ละวันๆ ละ 4 ครั้ง ส่วนสิ่งที่จำเป็นสำหรับน้องแพรวมากๆ คือ แพมเพิร์สผู้ใหญ่ ที่ต้องเปลี่ยนวันละ 3-4 ชิ้น และย่าอยากได้เครื่องซักผ้า เอามาไว้ซักเสื้อผ้า ซักผ้าห่ม ซักผ้าปูที่นอนให้น้องแพรวและของย่ากับปู่ด้วย เพราะทุกวันนี้ย่าต้องมานั่งซักผ้า บางครั้งเพื่อนบ้านสงสารก็จะเอาไปปั่นเครื่องซักผ้าที่บ้านให้ นางสมบัติ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ ปู่กับย่า กำลังคิดหนัก หากใครสักคนมีอันเป็นไป ใครจะดูแลหลาน ตอนนี้ยังโชคดีที่ปู่ย่า ยังแข็งแรง และมีเพื่อนบ้านมาช่วยดูแล ในอนาคตอีก 2 ปี 5 ปี ใครจะดูแล สงสารหลานสาว ซึ่งหวังให้เป็นที่พึ่งสุดท้ายของปู่กับย่า แต่หลานก็มาเคราะห์ร้าย ได้แต่ไหว้พระ ภาวนาให้น้องแพรว ช่วยตัวเองได้

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อได้ตรวจสอบเอกสารที่ทางปู่กับย่าได้เก็บจากกระเป๋า ตอนน้องแพรวสะพายไปเรียนหนังสือ มีพบบัตรประชาชน และบัตรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ชื่อ น.ส.ปิยนุช แก้วขาว อายุ 21 ปี รหัส 5705203036 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ และพบสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขากระนวน ซึ่งเป็นบัญชีที่น้องแพรวเปิดใช้ประกอบการกู้ยืมเพื่อการศึกษาหมายเลขบัญชีธนาคารกรุงไทย 41-5035-2593 และหากผู้มีจิตศรัทธา ใจบุญจะช่วยปู่และย่า เพื่อเป็นกุศลในการซื้อเครื่องซักผ้า ซื้ออาหาร และแพมเพิร์ส ก็สามารถบริจาคเข้าบัญชีดังกล่าวได้ ซึ่งย่าจะกดเอทีเอ็ม นำเงินจากบัญชีดังกล่าวมาใช้จ่ายในการดูแลน้องแพรวต่อไป

 

ขอขอบคุณภาพและข่าว








13 พฤษภาคม 60 12:18:26




Copyright © 2018 KhonKaenLink.info / All rights reserved.