ศาลสั่งจำคุก แชร์ลูกโซ่ 'ยูฟัน' หมื่นปี! พร้อมสั่งยกฟ้องจำเลย 21 คน    (อ่าน 5,185)


      วันนี้ (22 มี.ค.2560) พิพากษาคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟัน ศาลพิพากษาจำคุก จำเลยคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟัน 22 คน ตั้งแต่ 12,255 - 12,267 ปี สั่งปรับบริษัทยูเทรดดิ้งจำกัดจำเลยร่วม 1,225 ล้านบาท ยกฟ้องจำเลยอีก 21 คน

      คดีนี้อัยการยื่นฟ้องนายศิริโชค สิริวรรณภา อดีตสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา นายนที ธีระโรจนพงษ์ กับพวกรวม 43 คน รวม 7 สำนวนคดี ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 , พ.ร.บ.ขายตรงและการตลาดแบบขายตรง พ.ศ.2545 ,พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ.2550 , พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 และความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ในคดีแชร์ลูกโซ่บริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด พร้อมขอให้จำเลยร่วมกันคืนเงินชดใช้แก่ผู้เสียหาย 2,451 คน รวมเป็นเงิน 351,556,314 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

      โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวจำเลยมาจากเรือนจำและทัณฑสถาน ซึ่งมีจำเลยได้ประกันเพียง 1 คน และเดินทางมาศาล ซึ่งมีญาติของจำเลยและผู้เสียหายรวมถึง พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตรา ที่ปรึกษา สบ.10 เข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีจนเต็มห้องที่ 704 ศาลจึงเปิดห้องเพิ่มเติมและส่งสัญญาณภาพและเสียงให้ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมฟังคดีได้รับฟังด้วย

 

      ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามกฎหมายผู้เสียหายสามารถขอเป็นโจทก์ร่วมได้ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาในคดี จึงอนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าร่วมเป็นโจทก์ แต่ไม่อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาในวันนี้ และให้รวมสำนวนคดีทั้ง 7 เป็นสำนวนเดียวกันเนื่องจากพยานหลักฐานเป็นชุดเดียวกัน

      จำเลยทั้ง 43 คน ให้การปฎิเสธ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบตรวจสอบสถานที่ตั้งของบริษัทยูฟัน ในแต่ละแห่งพบเป็นเพียงห้องเช่าและสอบถามพยานไม่พบการซื้อขายสินค้าตามที่บริษัทกล่าวอ้างแต่ใช้การซื้อขายสินค้าออนไลน์อำพรางการกระทำที่แท้จริง คือการขายหน่วยการลงทุน ยูโทเคน ที่ไม่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย แต่บริษัทอ้างว่าเป็นสกุลเงินมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คล้ายกับการลงทุนหุ้นแต่ได้ผลตอบแทนเร็วกว่า และมีมูลค่าสูงกว่า และหากมีการหาสมาชิกต่อเพิ่มจะได้ผลตอบแทนร้อยละ 7 - 12 ของเงินที่สมาชิกใหม่นำมาลงทุนใหม่ โดยมีพฤติการณ์นำเงินหมุนเวียนจากสมาชิกเก่ามาจ่ายให้สมาชิกใหม่ แต่ที่ผู้ร่วมลงทุนบางส่วนระบุไม่รู้สึกว่าตัวเองได้รับความเสียหาย เห็นว่าผู้เสียหายกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแม่ข่ายที่ได้รับค่าตอบแทนจากการชักชวนสมาชิกจำนวนมาก



      หลักฐานของจำเลยทั้ง 43 คน ไม่สามารถหักล้างพยานโจทก์ได้ จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษทุกกรรมเรียงกระทงความผิดพิพากษา จำคุกจำเลยที่ 1,2,4,6,11,12,13 คนละ 12,265 ปี จำคุกจำเลยที่ 7 เป็นเวลา 12,267 ปี แต่ตามกฎหมายให้จำคุกคนละ 50 ปี และพิพากษาจำคุก จำเลยที่ 5,15 ,16,22,23,29,31,36,37,40 คนละ 12,255 ปี และจำคุกจำเลยที่ 17,19 และนายนที ธีระโรจนพงษ์ จำเลยที่ 27 คนละ 12,257 ปี แต่ตามกฎหมายให้จำคุก 20 ปี และให้ปรับจำเลยที่ 42 บริษัท ยูเทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นเงิน 1,225,700,000 บาท โดยให้ร่วมกันคืนเงินที่กู้ยืมและฉ้อโกงไปรวม 356,211,209 บาท แก่ผู้เสียหาย 2,451 คน พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ส่วนจำเลยที่เหลืออีก 21 คน พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ซึงหนึ่งในจำนวนนี้คือ นายศิริโชค สิริวรรณภา อดีตสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นจำเลยที่ 41 พิพากษายกฟ้อง

 

      ช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานที่ดูแลคดียูฟันเดินทางมาฟังคำพิพากษา ที่ศาลอาญาหลังจากผู้เสียหายมอบอำนาจให้ทนายความจาก มูลนิธิทนายความชาวบ้าน ดำเนินการแทน รวมถึงจำเลยทั้ง 43 คน และญาติของจำเลยเดินทางมากว่า100 คน เพื่อรับฟังการพิพากษาของศาลชั้นต้น ซึ่งหนึ่งในผู้ต้องหามีนายนที ธีระโรจนพงษ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา โดยช่วงเวลา 10.00 น. ผู้พิพากษาเริ่มอ่านคำพิพากษา คดียูฟัน หมายเลขคดีดำที่ 2279/2558

      ทั้งนี้ หากจำเลยมีการอุทธรณ์คดีก็จำเป็นจะต้องรอให้คดีถึงที่สุดก่อน ถึงจะสามารถคืนทรัพย์แก่ผู้เสียหายได้ หากจำเลยไม่อุทธรณ์ ทรัพย์สินก็จะเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหายที่อยู่ในสำนวนแรกนี้คือ 2,451คน โดยศาลจะพิจารณาถึงพฤติการณ์ความร้ายแรงแห่งคดีที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนจำนวนมาก และมีมูลค่าความเสียหายสูง อีกทั้งยังมีลักษณะเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ อันถือได้ว่าเป็นภัยต่อความมั่งคงของสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ

 

      คดีนี้ ศาลอนุมัติหมายจับเครือข่ายยูฟัน ทั้งหมด 164 ราย จับกุมไปแล้ว 94 ราย ดำเนินฟ้องต่อศาลรอบแรก 44 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างยื่นฟ้องต่อศาล ส่วนทรัพย์สินในคดีนี้ที่เจ้าหน้าที่ยึดมาได้ แบ่งเป็นเงินสด 288 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่น ๆ มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท แต่มูลค่าความเสียหายจากผู้เสียหายทั้งหมด รวมกว่า 351 ล้านบาท ซึ่งถือว่าทรัพย์ที่ยึดมาได้นั้นมากกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหามาตรการและแนวทางช่วยเหลือผู้เสียหายต่อไป

      ภายหลัง พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ.10 ระบุว่าเคารพในคำตัดสินของศาลที่ลงโทษผู้กระทำความผิดและหากมีผู้เสียที่ยังไม่แจ้งความก็สามารถเข้าแจ้งความได้เนื่องจากคดียังไม่หมดอายุความ

 

ขอขอบคุณภาพและข่าว

ThaiPBS






Poster : eif | 22 มีนาคม 60 16:01:07




Copyright © 2017 KhonKaenLink.info / All rights reserved.